***หลายท่านหลายคนสงสัยมากต่อมากว่าคนใกล้ชิดอันเป็นที่รักของท่านนั้นโดนของจริงไหม บางท่านก็ไปดูที่โน้นที่ที่นี้ที่ เสียเงินเสียทองไปมากต่อมากก็เหมือนเดิมอาการก็แบบเดิม บางท่านก็ไปดูเจ้าเข้าทรงหมอดูต่างๆบางท่านก็ไปเจอคนทักว่าโดนของบ้างหรือแม้กระทั้งมีเคราะห์หามยามร้ายต่างๆ สะเดาะเคราะห์เสียเงินเสียทองไปก็มีหรือต้องแก้ไขอย่างโน้นอย่างนี้เพื่อถอนของคุณไสยที่มีของในตัวนั้นออกเสียไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดเพศภัยหรือเจ็บป่วยไม่หายเคราะห์ต่างๆจะเกิด คนจิตใจอ่อนไหวหรือมีพื้นฐานศรัทธาเชื่อถือก็เกิดอุปทานต่างๆ นานาตามไปก็มี ดังที่เจอมาและพบปะคุยกันมามากต่อมากทั้งโดยตรงและทางโทรที่มาปรึกษา ดังนั้นการที่เราจะรู้ว่าโดนของจริงหรือไหมนั้นให้เห็นผลชัดเจนโดยที่เราไม่ต้องไปนั่งดูเดาอาการต่างๆใดให้เกิดความแอบแฝงใดทั้งสิ้นและพิสูจน์ให้เห็นผลจริงและสามารถรับรู้รับทราบได้โดยเจ้าตัวของเขาเองจะรู้เองได้เลย ไม่สามารถจะโกหกได้จริงหรือหลอกใด ๆ อันนี้เป็นทางหนึ่งที่อยากจะแนะนำเพื่อจะได้ไม่หลงงมงายและเสียเงินเสียทองไปถอนของใด ๆ ทั้งนี้จะไม่ขอกล่าวว่าคนโดนของจริงอาการเป็นอย่างไรถ้าอยากทราบนอกเหนือนี้ขอแนะนำไปอ่านที่อีกหน้าหนึ่งนะครับ (คลิก) ในหน้านี้จะไม่ขอกล่าวแต่จะแนะนำเรื่องการทดสอบพิสูจน์ว่าคนใกล้ชิดหรือตนเองโดนของจริงหรือไหมนั้นด้วยหมากเสกโดยการชิมรสหมากออกมาว่าเป็นรสอะไรเมื่อผู้ป่วยหรือคนที่ต้อง สงสัยว่าจะโดนของจริงไหมนั้นเป็นรสอะไรจะออกมาตามรสหมากเป็นราย ๆ ไป ซึ่งโดยปกติรสหมากที่คนโบราณหรือปัจจุบันก็ตามที่กินกับหมากพูลปูนนั้นจะมีรสฟาด ๆ แต่ถ้าท่านเองหรือคนใกล้ชิดของท่านเองโดนของมาจริงรสหมากนั้นดังกล่าวจะเปลี่ยนรสทันที่ให้เห็นผลชัดเจนทันที่ ซึ่งประสบการณ์นี้เจอมามากต่อมากซึ่งจะยกตัวอย่างสักหนึ่งเรื่องว่า**ครั้งหนึ่งมีสามีภรรยาคู่หนึ่งเดินทางมาหาก็ทักทายคุยกันตามปกติแล้วก็สอบถามความประสงค์ว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือ ทางฝ่ายสามีก็บอกว่าภรรยาของเขาเป็นอะไรไม่ทราบสาเหตุ ปวดขา ปวดเข่าตลอดเวลาซึ่งก็เห็นบวม ๆ ตรงบริเวณเข่าและข้อเท้า ซึ่งทางเป็นทางการแพทย์แผนปัจจุบันจะสงสัยโรคที่คนนิยมเป็นกันมากก็คือ โรคเก๋า หรือ กรดยูริกในเลือดสูง จึงจะบวมและเดินไปไหนมาไหนลำบากซึ่งจะมีผลทางด้านอาหารที่กำเริบหรือพันธุกรรมก็แล้วแต่วิเคราะห์กันไป จากนั้นก็ตรวจด้วยพลังญาณ (ทิพย์จักขุ) เห็นว่ามีเงาดำ ๆ มาบดบังในร่างและในดวงที่สำคัญจะแอบแฝงตรงบริเวณดังกล่าวมาก แต่ก็ไม่แน่นใจตนเองว่าจริงหรือไหมหรือว่าเห็นอุปทานจิตไปเอง จึงต้องอาศัยตำรับตำราครูบาอาจารย์ท่าน ช่วยเสริมอีกที่ ถ้าเป็นทางการแพทย์ปัจจุบันก็คงจะเรียกว่า ต้องเอ็กซ์เร่ย์สแกนนั้นเองเพื่อจะได้วินิจฉัยโรคได้ถูกต้องเพื่อดำเนินการรักษาที่ถูกต้องต่อไปนั้นเอง แต่ทางด้านนี้ไม่ใช้ เป็นทางด้านนามธรรม (สัมผัสด้วยจิต) ก็เลยต้องใช้เสกหมากดังกล่าวข้างต้นให้กินเมื่อทำการเสกหมากดังกล่าวระลึกถึงครูบาอาจารย์ประสิทธิ์ประสาทวิชาแล้วก็นำหมากเสกนั้นให้ลองอมดูสักพักใหญ่ พักเดี๋ยวคนไข้ดังกล่าววิ่งออกไปนอกชายคาบ้านออกไปอาเจียนแต่ก็ไม่มีอะไรออกมามีแต่ลมหรือเรียกว่าอาการลมขึ้นเบื้องบนหลังนั้นคนไข้คนนั้นก็เดินมาหาหน้าแดงกร่ำปากก็พูดว่า "มาทำฉันทำไมเ**เอาใบมีดโกนมากรีดลิ้นฉันทำไม**ซึ่งเสียงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยก็นึกว่าไม่ใช้คนเดิมแล้วก็เลยสอบถามว่าเป็นใครมาจากไหนก็ได้ความว่า ถูกหมอผีบังคับมาเข้าร่างคนนี้เพื่อจะทำให้เจ็บป่วยจริงๆ แล้วจะมาทำของใส่ทางสามีเขาแต่ไม่โดนกับมาโดนภรรยาแทนก็เลยแฝงมาตลอด ซึ่งนี้เป็นประสบการณ์ที่เจอมานานแล้ว เป็นตัวอย่างว่า การจะทราบได้อย่างไรโดนของจริงหรือไหมนั้นจะต้องลองไม่ใช้การดูหรือเดาเอาหรือเห็นอาการก็จะคิดว่าเป็นโดนของอย่างนั้นอย่างนี้เท่ากับเราคิดมากอุปทานไปเองซึ่งบางรายบางท่านที่เจอมาอาการเหมือนคนโดนของเลยแต่พอทดสอบให้ลองหมากเสก อมเพื่อจะได้ทราบรสเป็นอย่างไรหรือมีอาการอย่างไร กับ เฉยๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นซึ่งแสดงถึงทำนายได้มั่นใจว่าไม่ใช้โดนของอย่างที่คิดอุปทานหรือคิดมากไปเองนั้นแล.

จึงขอแนะนำท่านทั้งหลายว่าบางอย่างเราอย่างพึ่งไปโทษโน้นโทษนี้ซึ่งต้องหาสาเหตุอันแท้จริงให้เจอซึ่งที่มาแนะนำในหัวข้อนี้ก็เพื่อจะได้อย่างได้ไปวิตกกังวลว่าท่านเองหรือคนใกล้ชิดโดนของโดยที่ยังไม่ทดสอบให้เห็นผลแจ้งชัดว่าจริงหรือไม่จริงซึ่งก็เกรงว่าว่าจะเสียเงินมากมายไปแก้ไขมาท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นฉะนั้นท่านทั้งหลายจะต้องแก้ไขและหาสาเหตุอันแท้จริงก่อนอย่างพึ่งไปเชื่ออะไรที่ยังพิสูจน์ไม่ได้แต่ก็ไม่ต้องลบหลู่ก่อนที่จะเชื่อเราก็ต้องพิสูจน์ด้วยความเป็นจริงท่านทั้งหลายจะได้ไม่เสียเงินเสียทองโดยใช้เหตุอันแท้จริงแล.

************************************************************************